<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									Webboard_Punkhun Forum - Recent Posts				            </title>
            <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/</link>
            <description>Webboard_Punkhun Discussion Board</description>
            <language>en-GB</language>
            <lastBuildDate>Thu, 09 Apr 2026 12:07:45 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ลำดับการติดเกม กับ การไม่ยอมไปโรงเรียน</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1/#post-90</link>
                        <pubDate>Wed, 30 Oct 2024 07:37:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comLine : @puncenterเกมคือสื่อบันเทิงอย่างหนึ่งที่ใช้ให้ความบันเทิง ผ่อนคลายจิตใจ และให้ความสนุกสนานแต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้เกมเข้าถึงได้ง่าย...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><span>Line : @puncenter</span><br /><br /><br /><span>เกมคือสื่อบันเทิงอย่างหนึ่งที่ใช้ให้ความบันเทิง ผ่อนคลายจิตใจ และให้ความสนุกสนานแต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้เกมเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบหลายอย่างหนึ่งในนั้นที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือปัญหาเด็กติดเกม ซึ่งหนึ่งในผลกระทบของการติดเกมในวัยเด็กก็คือการไม่ไปโรงเรียน เราจะมาดูกันว่าการติดเกมของเด็กส่งผลต่อการไปโรงเรียนในลักษณะใดบ้าง</span><br /><br /><span>1. เล่นเกมเยอะ ไปโรงเรียนตามปกติ</span><br /><br /><span>2. เล่นเกมเยอะ เริ่มตื่นไม่ไหว (จากการนอนดึก ง่วงเพลีย) แต่ยังไปโรงเรียนตามปกติ</span><br /><br /><span>3. เล่นเกมเยอะ เริ่มตื่นสาย ตื่นไม่ไหว ไม่อยากไปโรงเรียนด้วยเจตนา สามารถตื่นเองได้แต่โยเย ลีลา ไปโรงเรียนสาย พ่อ แม่ ต้องลาก ต้องดึงให้ไปตรงเวลา</span><br /><br /><span>4. เล่นเกมเยอะ ไม่ไปบางช่วง/บางวัน ถ้าไม่ไปโรงเรียนจะเอาเวลาไปเล่นเกม</span><br /><br /><span>5. เล่นเกมเยอะ เริ่มไม่ไปเป็นประจำบางวัน เช่น ใน 1 สัปดาห์จะมีวันที่หยุดแน่ ๆ 1 วันสำหรับเล่นเกม</span><br /><br /><span>6. เล่นเกมเยอะ และไม่ไปโรงเรียนเลย</span><br /><br /><br /><span>ทั้งนี้หากเด็กเข้าถึงขั้นที่ 3 คือ เล่นเกมเยอะเริ่มตื่นสายและไม่ไปโรงเรียนด้วยเจตนาต้องทำการปรับเปลี่ยนนิสัยอย่างด่วนเพราะหากปล่อยไว้จนถึงไม่ไปโรงเรียนเลยการจะทำให้เด็กกลับมาอยากไปโรงเรียนอีกครั้งนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากมาก</span><br /><span>.</span><br /><span>.</span><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><span>.</span><br /><span>.</span><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1/#post-90</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>การแปลภาษาไม่สมบูรณ์กับภาวะสมาธิสั้น</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/#post-89</link>
                        <pubDate>Wed, 30 Oct 2024 07:36:22 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comLine : @puncenterทุกวันนี้เราจะพบว่าปัญหาเด็กสมาธิสั้นค่อย ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากจากในอดีต สาเหตุของการเกิดสมาธิสั้นมีได้จากหลายปัจจัย แต่วันนี้เราจะม...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000">อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com<br />Line : @puncenter<br /><br /><br />ทุกวันนี้เราจะพบว่าปัญหาเด็กสมาธิสั้นค่อย ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากจากในอดีต สาเหตุของการเกิดสมาธิสั้นมีได้จากหลายปัจจัย แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง “สมาธิสั้นที่เกิดจากการแปลภาษาไม่สมบูรณ์”<br />.<br /><br />เด็กที่มีการแปลภาษาไม่สมบูรณ์ คือ เด็กที่เข้าใจภาษาในชีวิตประจำวัน กล่าวคือ เด็กที่พูดจารู้เรื่อง ตอบตรงคำถาม แต่จะเป็นเพียงในคำถามที่เป็นเชิงชีวิตประจำวัน หรือคำถามสั้นๆ แต่พอเป็นการจับประเด็นเรื่องยาว ๆ เด็กมักจะไม่สามารถจับได้ หรือจับได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อการไปเรียน เพราะโดยมากสิ่งที่ครูสอนมักจะเป็นเรื่องยาว ๆ หากเด็กไม่สามารถจับประเด็นได้ หรือจับได้ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบใด ก็จะส่งผลต่อการเข้าใจในเนื้อหาการเรียน จนรบกวนจิตใจให้เกิดอาการไม่มีสมาธิ เริ่มแรกอาจเป็นเพียงอาการไม่มีสมาธิ คือไม่จดจ่อกับสิ่งที่เรียน เป็นเพียงระยะสั้น ๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง วันเวลาผ่านไป นานวันเข้าก็จะกลายเป็นนิสัยไม่มีสมาธิ คือไม่จดจ่อกับสิ่งที่เรียนตลอดเวลา โดยพฤติกรรมที่แสดงออกมาของ นิสัยไม่มีสมาธิ หรือสมาธิสั้นจะเริ่มจากการยุกยิก เหม่อลอย หากมากเข้าก็จะเริ่มก่อกวนการเรียน โดยการลุกออกจากที่นั่งของตน เดิน หรือแม้แต่วิ่ง ตัวอย่างเหมือนเราอยู่ในห้องที่เรียนที่สอนเป็นภาษาจีน แล้วเราฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง มันจะทำให้เราไม่มีสมาธิ พอเราไม่มีสมาธิบ่อย ๆ มันทำให้เกิดนิสัยไม่มีสมาธิ<br />.<br />กล่าวโดยสรุปคือ เริ่มแรกเด็กไม่ได้มีอาการของสมาธิสั้น แต่มีอาการของการแปลภาษาที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถจับใจความเรื่องยาวได้ เลยส่งผลต่อความเข้าใจ และการจดจ่อ เริ่มแรกอาจเป็นเพียงอาการ แต่นานวันเข้าก็สะสมจนกลายเป็นนิสัยไม่มีสมาธิหรือเป็นสมาธิสั้นนั่นเอง<br /><br />.<br />.<br />บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม<br />.<br />.<br />" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span><span></span></p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/#post-89</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>After Time Out</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/after-time-out/#post-88</link>
                        <pubDate>Wed, 30 Oct 2024 07:35:28 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comLine : @puncenterปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากลูกหลานของเราทำตัวไม่น่ารัก กระทำความผิด ก็จะต้องมีการลงโทษกันบ้าง มีทั้งการใช้คำพูดว่ากล่าวตักเตือน หรืออาจรุนแ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><span>Line : @puncenter</span><br /><br /><br /><br /><span>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากลูกหลานของเราทำตัวไม่น่ารัก กระทำความผิด ก็จะต้องมีการลงโทษกันบ้าง มีทั้งการใช้คำพูดว่ากล่าวตักเตือน หรืออาจรุนแรงถึงขั้นตี แต่ด้วยยุคสมัยปัจจุบันการทำโทษด้วยการตีถูกหลายคนมองว่าเป็นทำร้ายร่างกาย และละเมิดสิทธิเด็ก ส่งผลให้ในยุคนี้มีการลงโทษแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นหนึ่งในนั้น คือ “TIME OUT”</span><br /><span>.</span><br /><span>การ Time out หรือ การเข้ามุม คือเทคนิคการแยกเด็กออกมาจากสถานการณ์ ที่ทำให้เด็กเกิดปัญหาพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็น การพูดคุยไปจนถึงการแสดงออกที่ก้าวร้าวทางร่างกาย ซึ่งเป็นการช่วยให้เด็กใช้เวลานอกในการสงบ ระงับอารมณ์หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตัวเอง หากสามารถใช้ได้อย่างถูกวิธีก็จะส่งผลดีและไม่มีผลกระทบต่อเด็ก</span><br /><span>.</span><br /><br /><span>ข้อสำคัญสำหรับการทำ time out คือ เมื่อเด็กอารมณ์เย็นลงแล้ว เราควรสอนเด็กว่าเขาผิดตรงไหนอย่างไร และถ้าหากเป็นไปได้ควรทำให้เด็กรู้สึกสำนึกผิด เพราะเมื่อเด็กอารมณ์เบาลงเด็กก็จะรับฟังมากขึ้น</span><br /><br /><span>หากทำ time out โดยไม่อธิบายอะไรเด็ก หรืออธิบายแล้วไม่ได้รู้สึกสำนึกผิด หรือมองเห็นถึงผลเสียของการกระทำ บ่อย ๆ เข้าจะกลายเป็นการกดเด็ก โดยใช้ความเป็นผู้ใหญ่ และในที่สุดการทำ time out ก็จะให้ผลเสีย นอกจากที่จะไม่มีผลกับการลดอารมณ์ของเด็ก ยังจะส่งผลให้เด็กมีการต่อต้านมากขึ้นอีกด้วย</span><br /><br /><span>.</span><br /><span>.</span><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><span>.</span><br /><span>.</span><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/after-time-out/#post-88</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>วงจรความรุนแรงในครอบครัว (ที่พ่อแม่กับลูกมีต่อกัน)</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3/#post-61</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:34:51 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[วงจรความรุนแรงในครอบครัว (ที่พ่อแม่กับลูกมีต่อกัน)อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comLine : @puncenterตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรามักได้ยินว่าหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ คือ การสั่งสอนให้ลูกเ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>วงจรความรุนแรงในครอบครัว (ที่พ่อแม่กับลูกมีต่อกัน)</span><br /><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><span>Line : @puncenter</span><br /><br /><span>ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรามักได้ยินว่าหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ คือ การสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี ซึ่งแต่ละครอบครัวก็มีวิธีการสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะปฏิเสธไม่ได้เลยคือ หากพ่อแม่พบว่าลูกมีการทำผิด หลายครอบครัวมักใช้วิธีการลงโทษลูก และการลงโทษของแต่ละครอบครัวนั้นก็มีวิธีที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดที่รุนแรงในการต่อว่า หรือตีลูก หรือ บางครั้งอาจลามไปถึงการใช้ความรุนแรงในครอบครัว</span><br /><br /><span>แต่ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ ที่เราว่าลูก แล้วลูกใช้ความรุนแรงต่อสู้กลับ นี่อาจเป็นสัญญาณของการเกิดวงจรความรุนแรงในครอบครัว (ที่พ่อแม่กับลูกมีต่อกัน) โดยลักษณะของวงจรเป็นดังนี้</span><br /><br /><span>หากเมื่อไหร่ที่คุณว่าลูก ด้วยเสียงที่ไม่ดังและไม่ใช่คำที่รุนแรง แต่ต่อมาลูกอาจพูดกับคุณในเชิงไม่ดี โต้เถียง โต้แย้งกลับ</span><br /><span>คุณก็เลยใช้คำพูดที่เสียงดังหรือคำพูดที่รุนแรง เมื่อลูกเห็น ดังนั้นลูกก็ใช้วิธีเสียงดัง หรือใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น</span><br /><span>ต่อมาคุณก็เลยใช้วิธีการตีลูก ซึ่งลูกของคุณก็ใช้ความรุนแรงกลับ (อาจตีคุณกลับ ใช้กำลังผลักคุณ หรืออื่นๆ )</span><br /><br /><span>ทั้งหมดนี้เรียกว่า วงจรความรุนแรงในครอบครัว (ที่พ่อแม่กับลูกมีต่อกัน)</span><br /><span>ดังนั้นถ้าเราเริ่มรู้สึกว่าวงจรนี้เกิดขึ้น ในจุดที่ว่าเราใช้เสียงดังกับลูกแล้วลูกเสียงดังกลับ ควรหาวิธีการอื่น ในการสอนลูก เพราะถ้าเรายังใช้วิธีเพิ่ม ความรุนแรงในการลงโทษลูก เช่น การตีลูกสักพักลูกก็จะตีเรากลับ แล้วความรุนแรงนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น จนอาจนำไปสู่เรื่องราวที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้</span><br /><br /><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><br /><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3/#post-61</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ทำไมนานวัน เรายิ่งห่างเหิ่นกัน (แฟน สามีภรรยา เพื่อน พ่อแม่ลูก)</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80/#post-60</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:34:12 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comการเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นแบบเพื่อน แบบแฟน แบบครอบครัว หรือความสัมพันธ์ใดๆ ก็แล้วแต่ การที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีได้ทั้งสองฝ่ายต้องหันด้านที่คล...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><br /><br /><span>การเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นแบบเพื่อน แบบแฟน แบบครอบครัว หรือความสัมพันธ์ใดๆ ก็แล้วแต่ การที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีได้ทั้งสองฝ่ายต้องหันด้านที่คล้ายการเข้าหากัน หรือก็คือเรื่องที่สนใจคล้ายๆกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนังที่ดู อาหารที่ชอบ ทัศนคติต่อเรื่องต่างๆ กิจกรรมหรือไลฟ์สไตล์ เพราะการที่เราจะอยู่ด้วยกันหรือคงความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายไว้ได้ ต้องมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ทั้งการสนทนาและการทำกิจกรรมร่วมกัน จากข้างต้นจะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ที่ยังคงอยู่หรือความสัมพันธ์ที่ดี คือ ทั้งสองฝ่ายต้องมีจุดร่วมหรือความสนใจคล้ายๆกัน</span><br /><br /><span>แต่ในขณะเดียวกันบางความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกัน และมักมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโทษอีกฝ่ายว่าเปลี่ยนไปแต่ในความเป็นจริงเขาอาจ ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่กลับไปเป็นตัวเองดังเดิม เช่น เรื่องความสัมพันธ์แบบแฟน ผู้หญิงมักบอกว่าผู้ชายเปลี่ยนไปเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งของความสัมพันธ์ แต่จริงๆแล้วผู้ชายอาจจะกลับไปเป็นตัวเองในแบบเดิม ซึ่งไม่มีจุดร่วมความสนใจเดียวกันกับผู้หญิงก็ได้ (ช่วงแรกพยายามทำในสิ่งที่ผู้หญิงชอบ นานไปก็กลับมาเป็นตัวเองดังเดิม) พ่อแม่มักบอกว่าลูกของตนเปลี่ยนไปเมื่อโตขึ้นไม่ทำกิจกรรมหรือสนทนากับตนเท่าเมื่อก่อน อาจเกิดจากความสนใจของลูกนั้นเปลี่ยนไป การจะทำให้ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกลับมาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น คือ การหากิจกรรมหรือบทสนทนาที่ทุกฝ่ายสนใจทำร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์หรือคงความสัมพันธ์ให้ยังคงอยู่</span><br /><br /><span>อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ถ้าคนที่เราต้องเจอทุกวัน แล้วเวลาเขาอยู่กับเราไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ มันย่อมทำให้เกิดการเหิ่นห่าง ผมคิดว่า 7วันต่อสัปดาห์ที่เจอกัน ควรเครียดไม่เกิน 3วัน เพราะยังมีอีก 4 วัน ที่มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ มนุษย์ทุกคนย่อมไหลไปในที่ตัวเองมีความสุข รอยยิ้ม การที่พูดคุย ทำกิจกรรม ที่ทำให้ทั้ง 2ฝ่าย มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ย่อมทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เพราะต่างคน ต่างรู้สึกมีความสุขเวลาได้คุยกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้อยู่ด้วยกัน (ผมหมายถึงความสัมพันธ์ แฟน สามีภรรยา เพื่อน พ่อแม่ลูก)</span><br /><span>ในบางช่วงที่เขาต้องรับฟังความทุกข์เรา คอยปลอบเรา เขาอาจรู้สึกดี แต่ถ้ามันยาวนานทุกวันเขาต้องรับฟังเรื่องเครียดๆ อย่างยาวนาน มันก็จะบั่นทอนความรู้สึกที่มีความสุขเวลาอยู่กับเราลงได้ ทั้งความสัมพันธ์แบบแฟน หรือ แบบพ่อแม่ที่บ่นลูกตลอด ลูกก็คงรู้สึกว่าพ่อแม่รักเป็นห่วง แต่ถ้ามันเกิดขึ้นทุกวัน ตลอดเวลา ยาวนานไปเรื่อย ลูกก็คงอาจไม่อยากคุยกับพ่อแม่เท่าไหร่ (แม้จะรู้ว่าพ่อแม่พูดไปเพราะรัก)</span><br /><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80/#post-60</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>การพูดได้ กับ การส่งเสียงได้ ต่างกันอย่างไร</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#post-59</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:33:38 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comการพูดได้ กับ การส่งเสียงได้ แตกต่างกันตรงที่การพูดได้ คือ เสียงที่ออกจากปาก นั้นต้องการบอกให้อีกฝ่าย รับรู้ความต้องการตามคำพูดที่ออกมาซึ่งแยกได้ 2 แบบ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000">อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com<br /><br /><br />การพูดได้ กับ การส่งเสียงได้ แตกต่างกันตรงที่<br /><br />การพูดได้ คือ เสียงที่ออกจากปาก นั้นต้องการบอกให้อีกฝ่าย รับรู้ความต้องการตามคำพูดที่ออกมา<br /><br />ซึ่งแยกได้ 2 แบบ<br />แบบทางเดียว การที่เราสามารถพูดสื่อสารในสิ่งที่เราต้องการได้ เช่น เรียกพ่อ เรียกแม่ บอกว่าหิว บอกว่าขอ<br />การพูดทางเดียวอาจตอบคำถามไม่ได้ ฟังคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจ แต่บอกความต้องการตัวเองได้<br /><br />แบบ 2 ทาง คือ ฟังเข้าใจ และสามารถตอบคำถามได้ เช่น มีคนถามเด็กว่าเอาไหม เด็กตอบว่าเอา ถามเด็กว่ากินไหม เด็กตอบว่ากิน<br /><br />การพูดทางเดียว ถือว่า เริ่มพูดได้แต่ไม่สมบูรณ์ จะนับว่าสมบูรณ์ ต่อเมื่อพูดได้ 2 ทาง เพราะนั่นคือ เด็กสามารถฟังเข้าใจ พูดได้<br /><br /><br />การส่งเสียงได้ คือ การที่มีเสียงออกจากปาก แต่ไม่ได้บ่งบอกความต้องการ หรือ ต้องการสื่อสารจริงๆ เช่น พูดว่าพ่อ แต่ไม่ได้ต้องการเรียกพ่อ<br />พูดว่าเอา แต่ไม่ได้ต้องการ<br /><br />หรือ อีกอย่างคือ เป็นเพียงการส่งเสียงเฉยๆ ซึ่งจะต้องได้รับการฝึกพัฒนาต่อไป<br />.<br />.<br />บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม<br />.<br />.<br />" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "<br /></span><span></span></p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#post-59</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>การใช้ความรุนแรง กับ อารมณ์ ความคิด</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#post-58</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:33:08 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comเด็ก-ผู้ใหญ่ ที่ทำร้ายหรือใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น มี 2 แบบ คือ1.ทำร้ายผู้อื่นแบบทีเดียวหรือครั้งเดียวจบ2.ทำร้ายผู้อื่นแบบหลายทีหรือหลายครั้งซ้ำๆการทำร้...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><br /><br /><span>เด็ก-ผู้ใหญ่ ที่ทำร้ายหรือใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น มี 2 แบบ คือ</span><br /><span>1.ทำร้ายผู้อื่นแบบทีเดียวหรือครั้งเดียวจบ</span><br /><span>2.ทำร้ายผู้อื่นแบบหลายทีหรือหลายครั้งซ้ำๆ</span><br /><span>การทำร้ายทั้ง 2 แบบสร้างรอยแผลทั้งต่อร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่เจตนาของผู้กระทำ</span><br /><span>- คนที่ทำร้ายผู้อื่นแบบทีเดียวหรือครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาโต้ตอบอัตโนมัติของร่างกาย หรือ อารมณ์ชั่ววูบ โดยที่ไม่ได้ใช้เวลาคิด หรือกล่าวอีกอย่างคือ อาจไม่ได้ตั้งใจ ทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ</span><br /><span>- คนที่ทำร้ายผู้อื่นแบบหลายทีหรือหลายครั้งซ้ำๆ อาจเกิดจากอารมณ์และความคิด เป็นแรงผักดันที่จะทำร้ายผู้อื่น จึงแสดงออกผ่านพฤติกรรมรุนแรง เช่น ตีผู้อื่นซ้ำหลายๆครั้ง ต่อยแล้วไปหาไม่มาตีซ้ำ เป็นต้น ซึ่งกล่าวอีกอย่างคือ มีอารมณ์ และ ความคิดที่เจตนาจะทำอย่างนั้น</span><br /><br /><span>การบำบัดใน เด็ก-ผู้ใหญ่ ใน 2แบบข้างบน จึงมีวิธีการที่ต่างกัน</span><br /><br /><span>นอกจากพฤติกรรมดังกล่าวข้างบน ยังมีพฤติกรรม ขอโทษ สำนึกผิด หลังทำร้ายผู้อื่น ยังบ่งบอกทัศนคติของผู้กระทำต่อผู้ถูกกระทำด้วย</span><br /><span>ผู้ที่ทำร้ายผู้อื่นแล้วขอโทษ หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ยังคงมีความละอาย และจิตสำนึกยังสามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่ แต่ในขณะเดียวกันพฤติกรรมที่ทำร้ายผู้อื่นแล้วไม่ขอโทษ ไม่รู้สึกผิด แสดงให้เห็นทัศนคติบางอย่างเช่น การไม่สำนึกผิด คิดว่าตนเองไม่ผิด ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็ย่อมบำบัดต่างกัน</span><br /><span>ถ้าเด็ก-ผู้ใหญ่ ที่เริ่มทำร้ายผู้อื่นแล้วไม่รู้สึกผิด ย่อมเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ควรรีบแก้ไข</span><br /><br /><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><br /><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#post-58</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สมาธิสั้นจากการเรียนรู้ช้า</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9/#post-57</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:32:32 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comการเรียนรู้ช้า คือ ภาวะที่เข้าใจสิ่งต่างๆได้ยาก มีผลทำให้เรียนไม่ทันเพื่อนในระดับชั้นเรียนเดียวกัน เพราะเกิดปัญหาการไม่เข้าใจภาษาหรือเนื้อหาสาระต่างๆที...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><br /><span>การเรียนรู้ช้า คือ ภาวะที่เข้าใจสิ่งต่างๆได้ยาก มีผลทำให้เรียนไม่ทันเพื่อนในระดับชั้นเรียนเดียวกัน เพราะเกิดปัญหาการไม่เข้าใจภาษาหรือเนื้อหาสาระต่างๆที่อาจารย์สอน พอเรียนไปนานๆเนื้อหาการเรียนการสอนของครูเพิ่มยากขึ้นตามระดับ จึงส่งผลทำให้ยิ่งเรียนยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งเรียนยิ่งเบื่อ ไม่มีสมาธิ ส่งผลทำให้การเข้าใจเนื้อหาที่เรียนยิ่งน้อยลงไปอีก นานไปมีลักษณะสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง ยุกยิกไปมา หรือชวนเพื่อนคุย</span><br /><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9/#post-57</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>สมาธิสั้นจากการอ่านเขียนไม่คล่อง</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5/#post-56</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:31:45 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comปัญหาด้านการอ่านเขียนไม่คล่อง ทำให้ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาต่างๆได้ครบถ้วน เพราะเกิดจากการอ่านและเขียนไม่คล่องทำให้ความรู้และความเข้าใจนั้นแตกต่างจากเนื้...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span>อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com</span><br /><br /><span>ปัญหาด้านการอ่านเขียนไม่คล่อง ทำให้ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาต่างๆได้ครบถ้วน เพราะเกิดจากการอ่านและเขียนไม่คล่อง</span><br /><span>ทำให้ความรู้และความเข้าใจนั้นแตกต่างจากเนื้อหาที่ครูสอนมากขึ้น พอเรียนไปนานๆเนื้อหาการเรียนการสอนของครูเพิ่มยากขึ้นตามระดับ ทำให้ความรู้ยิ่งแตกต่างจากเพื่อนในห้อง</span><br /><br /><span>จึงส่งผลทำให้ยิ่งเรียนยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งเรียนยิ่งเบื่อ ไม่มีสมาธิ ส่งผลทำให้การเข้าใจเนื้อหาที่เรียนยิ่งน้อยลงไปอีก นานไปเด็กจะมีลักษณะสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง ยุกยิกไปมา หรือชวนเพื่อนคุย</span><br /><br /><span>บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม</span><br /><br /><span>" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5/#post-56</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เพื่อลดการติดเกมส์</title>
                        <link>https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#post-55</link>
                        <pubDate>Sun, 19 Mar 2023 15:30:57 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.comการเปลี่ยนวิถีชีวิตของเด็กที่มีปัญหาติดเกมส์ สามารถช่วยลดเวลาการเล่นเกมส์ได้ โดยจัดหากิจกรรม ซึ่งเด็กสามารถทำทุกวันและสามารถทำได้บ่อยๆ เพราะถ้าไม่สามาร...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000000">อ.ปั้น - สถาบันปั้นคน - www.punkhon.com<br /><br />การเปลี่ยนวิถีชีวิตของเด็กที่มีปัญหาติดเกมส์ สามารถช่วยลดเวลาการเล่นเกมส์ได้ โดยจัดหากิจกรรม ซึ่งเด็กสามารถทำทุกวันและสามารถทำได้บ่อยๆ เพราะถ้าไม่สามารถทำได้บ่อยๆ จะทดแทนการเล่นเกมได้ยาก เช่น เตะฟุตบอล ถ้าพื้นที่เตะบอลอยู่ไกลบ้าน ย่อมไม่สามารถเตะได้บอลๆ จึงทดแทนการเล่นเกมส์ไม่ได้<br /><br />ถ้ากิจกรรมนั้นผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นด้วยยิ่งดี เช่น เกมส์ตารางหมากรุก เกมส์เศรษฐี หรือเกมส์พัฒนาความรู้ความฉลาด ปลูกต้นไม้ ศิลปะ ทำ DIY สิ่งเหล่านี้ช่วยลดการเล่นเกมส์ และช่วยให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง<br /><br />บทความของผม ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ แต่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือเด็ก-ผู้ใหญ่ทุกคน โดยไม่แบ่งแยกว่าเขาเหล่านั้นจะร่ำรวย หรือ ยากจนเพียงใดก็ตาม<br /><br />" หมอรักษาผู้ป่วย ผู้ป่วยก็รักษาหมอเช่นกันนั้นคือ ผู้ป่วยก็รักษาความโลภในใจหมอ "</span><span></span></p>
<p> </p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://webboard2023.punkhon.com/community/"></category>                        <dc:creator>punkhon</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://webboard2023.punkhon.com/community/main-forum/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#post-55</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		